มิสเตอร์โคตรคนทรหด คือหนังที่แฟนหนังบู๊ต้องการ แม้ตรรกะบางจุดจะดูขัดใจ

มิสเตอร์โคตรคนทรหด คือหนังที่แฟนหนังบู๊ต้องการ แม้ตรรกะบางจุดจะดูขัดใจ

มิสเตอร์โคตรคนทรหด คือหนังที่แฟนหนังบู๊ต้องการ แม้ตรรกะบางจุดจะดูขัดใจ

มิสเตอร์โคตรคนทรหด คือหนังที่แฟนหนังบู๊ต้องการ แม้ตรรกะบางจุดจะดูขัดใจ – ผลงานที่ไม่ได้มาเพื่ออวดความสมจริงทางเหตุผล แต่เพื่อซัดฉากแอ็กชันแบบไม่ปรานี ที่ใครโหยหาความเดือดจัด ๆ ต้องไม่พลาด


บทรีวิว : 

หนังบู๊ไทยสมัยใหม่หลายเรื่องพยายามหาจุดสมดุลระหว่าง “เรื่องราว” กับ “ฉากแอ็กชัน” แต่ มิสเตอร์โคตรคนทรหด กลับเลือกเส้นทางที่ชัดเจนยิ่งกว่า นั่นคือการเป็น “หนังที่ตอบสนองความกระหายเลือดของคนดู” แบบไม่ต้องอ้อมค้อม เปิดมาตั้งแต่ฉากแรกก็เหมือนโดนลากเข้าสังเวียนที่เสียงหมัด เสียงกระสุน และการไล่ล่าเป็นภาษาหลักของเรื่องราว

แม้จะมีจุดที่คนดูบางกลุ่มอาจขมวดคิ้วกับตรรกะหรือความสมเหตุสมผล แต่สิ่งที่หนังทำได้ดีกว่าคือการทำให้เรารู้สึกว่าตรรกะไม่จำเป็นเสมอไป เมื่อความมันส์เดินหน้าเกินต้าน ความต่อเนื่องของฉากบู๊ถูกออกแบบเหมือนคลื่นทะเลที่ซัดเข้าหาฝั่ง ไม่มีเวลาพักหายใจ เพราะทุกครั้งที่คุณคิดว่าพระเอกจะได้พัก หนังกลับขยี้สถานการณ์ให้เข้มขึ้นกว่าเดิม

บรรยากาศและงานภาพ

หนังเลือกโทนภาพที่ดิบ หยาบ และเต็มไปด้วยฝุ่นควัน เหมือนยกบรรยากาศของตรอกซอยมืด ๆ มาไว้บนจอใหญ่ สีภาพออกไปทางซีเปียและเทา เข้ากับความรู้สึก “โคตรทรหด” ที่ชื่อหนังพยายามบอก งานกล้องเน้นการเคลื่อนตามตัวละครอย่างกระชั้นชิดจนแทบจะได้กลิ่นเลือดและเหงื่อ ไม่ใช่ความสวยงามเนี๊ยบกริบ แต่เป็นความสกปรกที่ทำให้รู้สึกจริง

เสียงประกอบคืออีกสิ่งที่หนังใช้เป็นอาวุธ การผสมเสียงของการชกต่อย กระดูกหัก หรือระเบิดที่ดังสะเทือนปอด ถูกเร่งเร้าให้ชวนเจ็บแทนตัวละคร ทุกการปะทะเหมือนฟ้าผ่าที่ซัดลงกลางหูผู้ชม

การเล่าเรื่องและจังหวะ

ตรงนี้เองที่อาจทำให้หลายคนรู้สึก “ขัดใจ” เพราะหนังไม่ได้แคร์ตรรกะหรือความสมเหตุสมผลสักเท่าไหร่ ตัวละครหลักเหมือนถูกออกแบบให้เป็น “สัญลักษณ์ของความอึด” มากกว่าคนจริง ๆ หลายฉากที่ปกติคนทั่วไปคงไปโรงพยาบาล แต่พระเอกกลับยืนขึ้นได้อีกเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น อย่างไรก็ตาม หากมองในฐานะ “หนังบู๊แฟนเซอร์วิส” ความเวอร์เหล่านี้กลับกลายเป็นเชื้อเพลิงที่ทำให้หนังเดินเครื่องต่อเนื่อง

จังหวะการเล่าเรื่องเรียกได้ว่ารวดเร็วและตรงไปตรงมา ไม่เสียเวลาปูพื้นหรือตัดสลับมากนัก เหมือนการวิ่งมาราธอนที่ถูกเร่งสปีดให้กลายเป็นสปรินท์ตลอดเวลา คนดูจึงไม่มีช่วงเบื่อ แต่ก็อาจมีบางคนที่อยากให้หนังหยุดพักให้เราได้ซึมซับอารมณ์บ้าง

ประเด็นและสิ่งที่หนังสื่อ

แม้จะเต็มไปด้วยความรุนแรง แต่ มิสเตอร์โคตรคนทรหด ก็ไม่ใช่หนังที่ไร้สาระ หนังตั้งคำถามถึง “ขีดจำกัดของมนุษย์” และ “คุณค่าของความอดทน” ในโลกที่โหดร้าย ตัวละครเอกเป็นเหมือนภาพแทนของความเชื่อที่ว่า ถ้าจิตใจไม่ยอมแพ้ ร่างกายก็ไม่มีสิทธิ์ล้ม หนังโยนให้เราถามว่า การอดทนต่อความเจ็บปวดมีประโยชน์จริงหรือแค่พาเราไปสู่หายนะ

เหมือนกับการพายเรือท่ามกลางพายุที่เรารู้ว่าอาจไปไม่ถึงฝั่ง แต่การไม่ยอมแพ้คือสิ่งเดียวที่ทำให้เรายังมีความหมาย

บทสรุป

ท้ายที่สุด มิสเตอร์โคตรคนทรหด คือหนังที่ไม่ได้มาเพื่อสอนเหตุผล แต่มาเพื่อโชว์ให้เห็นพลังดิบของภาพยนตร์แอ็กชัน ถ้าคุณคือคนที่มองหาการระเบิดพลัง การบู๊แบบไม่หยุดหย่อน และพร้อมมองข้ามความเวอร์ของเหตุผล นี่คือหนังที่จะตอบสนองคุณเต็ม ๆ แต่ถ้าคุณต้องการหนังที่ทั้งสมจริงทั้งลึกซึ้งทางเนื้อหา อาจจะรู้สึกว่ามัน “เกินไป”

ใครที่อยากปลดปล่อยอารมณ์กดดันไปกับการต่อสู้เดือด ๆ และไม่ซีเรียสกับตรรกะที่บางทีก็พังทลายไปเอง มิสเตอร์โคตรคนทรหด คือหนังที่คุณไม่ควรพลาดในโรง

author

Related Articles